ค้นหาที่เที่ยวในบล็อกนี้

08 ตุลาคม 2567

พันธกิจสอนพระคัมภีร์ เชียงใหม่-เชียงราย เที่ยวไปสอนไป 12 วัน 11 คืน อุทัยธานี - ตัวเมืองเชียงใหม่ - บ้านแม่กำปอง - ออบหลวง - อมก๋อย - ฮิโนกิแลนด์ - เขื่อนแม่สรวย - ดอยช้าง - บ้านดำ - เชียงแสน

เมื่อเดือนกันยายน ผมมีงานสอนที่เชียงใหม่-เชียงราย เดินทางไปสอนพระคัมภีร์ 2 แห่ง แต่ไปทีเดียวให้คุ้ม เพราะแต่ละการอบรมตรงกับวันเสาร์ทั้งสองแห่ง ช่วงว่างระหว่างสัปดาห์ต้องบริหารวันว่างให้คุ้มด้วยการไปเยี่ยมเยียนเพื่อนและเที่ยวพักผ่อน

ที่แรกวันพฤหัส ออกเดินทางช่วงบ่าย แวะที่ Genesis Land Camping อุทัยธานี ตอนนี้กำลังสร้างบ้านพักของเจ้าของสวน ปีนี้เตรียมลานกางเต็นท์อีกรอบ


ขับรถกลางคืนจากอุทัยไปถึงเชียงใหม่ ตีสามกว่าๆ ของวันศุกร์ หาที่นอนเล่นๆ ให้เช้าเพื่อไปหาอาหารเช้ากิน แล้วไปแวะเยี่ยมเพื่อนที่ ร้านเสริมสวยเอสเธอร์ ซึ่งอยู่ที่ อ.เมือง เชียงใหม่

พอสายๆ ก็มาหาน้องอีกคนเป็นช่างภาพ อาศัย GPS อย่างเดียว แค่แชร์สถานที่ก็หากันเจอ 


พอเข้าที่พักก็หาอาหารเย็นกินกัน ได้ที่นี่เป็นข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ข้าวโซอิ


กินเสร็จก็ปล่อยลูกๆ ไปเดินเล่นตามภาษาวัยรุ่น ปล่อยให้ผู้ใหญ่นั่งรถเล่นรอบเมือง หลงไปเจอ คลองแม่ข่า แวะเดินเล่น 1 รอบ


วันเสาร์ทั้งวันผมมาสอนพระคัมภีร์ที่ คริสตจักรสายสัมพันธ์เชียงใหม่ ตั้งแต่ 9 โมงเช้า กว่าจะจบเกือบ 3 ทุ่ม ยาวมากเลยครับ

ฝนตกตลอด ขากลับมาโรงแรมที่พักที่ถนนช้างคลานน้ำท่วม อีกอาทิตย์ต่อมาคือเกิดน้ำท่วมใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งโบสถ์ที่ไปสอนด้วย


เช้าวันอาทิตย์ยังมานมัสการพระเจ้าที่โบสถ์เดิม พอเสร็จช่วงบ่ายเดินทางมาหมู่บ้านแม่กำปอง เพื่อพักที่นี่ 1 คืน แวะเที่ยว เทดดู้คอฟฟี่ แม่กำปอง


หมู่บ้านแม่กำปองเป็นหมู่บ้านเล็กๆ เสน่ห์ที่นี่คือบ้านพักติดลำธารเล็กๆ เฮือนอ้ายอู๊ด โฮมสเตย์แม่กำปอง ทั้งหมู่บ้าน ช่วงเราไป ฝนตกพรำๆ ตลอด อากาศเย็นสบาย กินๆ เดินๆ ถ่ายภาพ สบายดี


หน้าบ้านพัก ซื้ออาหารมานั่งกินเล่นได้ มีที่นั่งริมน้ำ ฟังเสียงน้ำไหลทั้งวันทั้งคืน พอสามทุ่มทางหมู่บ้านของให้ทุกกิจกรรมยุติหมด คือเงียบจริงๆ ครับ


เช้าวันจันทร์ เช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก แต่เช่ารถขึ้นไปดูจุดชมวิวหมู่บ้าน ที่ ร้านระเบียงวิว ค่ารถไปกลับคนละ 40 บาท บ้านผมมี 4 คนเท่ากับเหมาขึ้นไปแป๊บเดียว ดื่มกาแฟ ถ่ายภาพเมฆหมอกสวยๆ 


สายๆ เดินทางไกลไปอมก๋อย แวะเก็บภาพ ออบหลวง ที่เคยพาลูกๆ ไปเที่ยวตั้งแต่ลูกยังเด็กอยู่


จุดแวะยอดนิยมก็คือ สวนสนบ่อแก้ว ต้นสนสามใบสวยๆ แบบนี้ มีแต่แถวภาคเหนือ


เราถึงที่พักก็เกือบจะมืด ไร่คานาอันโฮมคาเฟ่ ที่พักแบบห้องเดี่ยวมีห้องน้ำในตัว วิวคือไร่แมคคาเดเมียกว้างๆ นอนที่นี่ 2 คืน


ฝนตกทั้งคืินทั้งวัน มาบ่ายๆ ถึงหยุด ทางที่พักแนะนำให้ไปชมวิวนาขั้นบันได ที่ 269 garden เลยตัวเมืองอมก๋อยไปหน่อยนึง ตาม GPS ไปก็ไปถูก แต่วันที่เราไป ร้านปิด แต่วิวเปิดตลอดแบบโล่งๆ สวยมาก


พักครบ 2 คืน เช้าวันพุธเดินทางกลับมาตัวเมืองเชียงใหม่ ช่วงเช้าแวะดื่มกาแฟสดชมวิวของร้านแบบฟินๆ


ใกล้กับร้านกาแฟที่พัก มีโรงงานอบแมคคาเดเมีย แวะซื้อกินเล่นก่อนกลับ และเป็นร้านเครือเดียวกันกับที่พักร้านพี่ร้านน้องครอบครัวเดียวกัน


มาถึงเชียงใหม่บ่ายๆ เข้าที่พักที่ ฮายคิน เรียวกัง เป็นสไตล์แบบญี่ปุ่น มีบ่อน้ำร้อนออนเซ็นให้แก้ผ้าลงแช่ตอนหัวค่ำด้วย คือดีมากถ้าชอบ มีชุดและมุมถ่ายภาพให้ด้วย ที่พักเป็นแบบครอบครัว นอนได้ 4 ท่าน


ช่วงเวลาว่างตอนบ่ายแก่ๆ แวะชมวิวจุดเช็คอินใหม่ของ อบจ.เชียงใหม่ วิวสนามหญ้ากว้างๆ แบบนี้ อีกหน่อยคงเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่


มื้อเย็นไปทานข้าวที่ร้าน กาแล ร้านอาหารดั้งเดิมที่ผมเคยไปช่วงสมัยหนุ่มๆ ตอนนี้แก่แล้วเลยรู้จักแต่ร้านนี้


เช้าวันพฤหัส ต้องขับรถเลี่ยงเส้นทางที่ผ่าน อ.เวียงป่าเป้า เพราะข่าวน้ำท่วมที่นั่น แวะทานข้าวเช้าที่ร้านกาแฟฮิมน้ำ


ทางผ่านที่ต้องแวะ แม้ฝนจะตกหนักพอสมควร ฮิโนกิแลนด์ มีคนแวะเที่ยวบ้าง เพราะมาทั้งทีและไกลพอสมควร อยู่ อ.ชาติตระการ



จากนั้นเราก็วิ่งเส้น อ.ฝาง ที่มาสู่ อ.แม่สรวย เชียงราย แวะทานข้าวเย็นที่ ร้านภูน้ำสรวย เขื่อนแม่สรวย


มาถึงที่พักที่เดียวกับที่สัมมนา มูลนิธิหนึ่งชีวิต เราพักที่นี่ 2 คืน


เช้าวันอาทิตย์มาที่ โบสถ์โป่งเปรมปรีดิ์ อ.วาวี


ตอนบ่ายขับรถขึ้นดอยช้าง มีพี่น้องสปอนเซอร์ที่พักให้ที่ mapoo homestay&cafe ห้องพักแบบครอบครัว นอนได้ 4 คน มีห้องนั่งเล่น และห้องนอนแยกส่วนกัน ระเบียงมองวิวภูเขาแบบพาโนรามา 180 องศา หันหน้าออกไปทางทิศใต้


มาปลายฝนต้นหนาว ถ่ายภาพทะเลหมอกได้ทั้งวัน


เช้าวันจันทร์ยังอยู่เชียงรายต่อ เพื่อนเชียร์ให้พักที่เชียงแสน แวะกินเค้กที่ ร้านจริณพาย Charin Pie (Homemade Pies since1992) และแวะต่อที่ สิงห์ปาร์ค เชียงราย


บ้านดำ ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี เดินเล่นๆ ในเมือง


ขับรถออกมาสู่ที่พักริมแม่น้ำโขง โรงแรมวันบัดเจท เชียงราย เชียงแสน ใช้เส้นแม่สาย เพื่อดูสถานการณ์ของถนนแม่สายหลังน้ำลด บอกได้คำเดียว ฝุ่นตลบ มาถึงสามเหลี่ยมทองคำ ต้องอึ้งกับภาพตึกรามบ้านช่องที่ฝั่งลาว นั่นคือเมือง คิงส์ โรมันส์ (Van Pak Len)


ตอนเย็นไปกินข้าวที่ร้าน เขย เชียงแสน ยังกินไม่เสร็จ ฝนตกกระหน่ำ ต้องฝ่าฝนกลับที่พัก


เช้าวันอังคารออกจากที่พักทั้งๆ ที่ฝนตกหนัก ได้มาแวะกินข้าวกลางวันที่กว๊านพะเยา ร้านนี้เลยครับ A Ga Li Go Ingkwan


แวะตลอดรถเกียร์มีปัญหา มารู้ทีหลังว่า สายต่อคอยล์จุดระเบิด ignition coil มีปัญหา แวะกินข้าวเย็นอีกรอบสุดท้ายที่ ที่พักริมทางเขาพลึง จากนั้นก็ขับรถยาวๆ ถึงกรุงเทพ ตีหนึ่ง

04 สิงหาคม 2567

ไปทำงาน และหาเรื่องเที่ยว แวะ 4 จังหวัด ฉะเชิงเทรา-จันทบุรี-ระยอง-พัทยา (ชลบุรี) 4 วัน 3 คืน

ทริปนี้ไปทำงานที่จันทบุรี แต่หาเรื่องแวะเที่ยว และเยี่ยมเยียนพี่น้องที่พัทยา

เริ่มออกจากรุงเทพฯ สายๆ วันพฤหัสบดี เป้าหมายคือจันทบุรี แต่วิ่งยาวๆ ไม่ไหว ขอแวะระหว่างเลือกฉะเชิงเทราเป็นทางผ่าน ได้ร้านกาแฟนี้ครับ สถานที่อลังการมากๆ Coffee For Rest มีทั้งน้ำตก รถเก่าๆ มาทำเป็นที่นั่งดื่มกาแฟกับเพื่อนๆ ได้ดี


แห่งที่สองแวะเนินนางพญา วิ่งยาวๆ จากฉะเชิงเทรามาถึงจันทบุรี  เงียบๆ ในวันธรรมดา ฟ้าหม่นๆ เพราะครึ้มฟ้าครึ้มฝน แต่ฝนไม่ตก เลยพอได้ภาพมาบ้าง


เป้าหมายต่อไปคือ ไปหาอาหารทะเลหกินซะหน่อย เล็งไปที่ที่เคยไป คือ ร้านอาหารทะเลป้าชบา ที่หาดแหลมสิงห์


วันแรกพักในเมืองจันทบุรี เช้าวันศุกร์ มาทำงานที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี​ เรื่องสิ่งแวดล้อม บ่ายแก่ๆ ก็เสร็จงาน


หลังจากนั้น ก็เดินทางสู่ อ.แกลง ระยอง เดินทางประมาณ ชม.กว่าๆ ที่พักจองผ่าน Agoda เลยไม่มีอาหารเช้า มาหาสมุทร บูติคโฮมสเตย์ mahahsamut boutique homestay ที่พักเป็นส่วนตัวดีมาก มีโอกาสคงเวียนมาพักอีกรอบ


ร้านอาหารแนะนำเดินจากที่พักไปได้เลย ร้านเจ๊หน่องแซ่บเวอร์ รสชาติใหม่ๆ หลายอย่าง อร่อยดีครับ


อิ่มแล้วก็เดินเล่นในชุมชนริมน้ำ ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง ก่อนโควิดเขาว่าคึกคัก ตอนนี้เงียบ บรรยากาศคล้ายๆ เชียงคานที่เลย คือบ้านเรือนแบบดั้งเดิม


เช้าวันเสาร์ เราไปกันที่ ทุ่งโปรงทอง เช็คเอ้าท์แล้วมาที่นี่เลย มาเที่ยวแบบสุ่มๆ ไม่เคยมีข้อมูล ถือว่าน่าสนใจมากๆ เพราะสนทางดูลึกลับ มีทั้งแบบเดินสะพานไม้ หรือจะนั่งเรือก็ได้ เราเดินไปจนถึงต้นแสมยักษ์


จากนั้นมานั่งเรือแบบเหมา แค่ 150-200 บาท ถือว่าราคาไม่แพงมาก เรือพาเราไปชมค้างคาวแม่ไก่ ปูก้ามดาบ และชายหาดสีดำ ออกมาถึงชายทะเล มองเห็นเกาะ 3 เกาะ คือเกาะมันใน มันกลาง และมันนอก


ขับรถยาวๆ 2 ชม.กว่าจากแกลงมายังแสมสาร พักดื่มกาแฟ ดูท่าเรือที่ The Shark Coffee ท่าเรือแสมสาร น้ำทะเลใสมาก อยากดำน้ำเลย แต่เวลาไม่พอที่จะทำแบบนั้เน


ขับรถจากแสมสารถึงที่พัก เข้าเช็คอินที่คอนโด ยูนิกซ์ พัทยาใต้ ได้ห้องที่ชั้น 38


ตกเย็นวันเสาร์หาข้าวกินที่หาดจอมเทียน มาลงที่ ร้านอาหารปูเป็น ซีฟู้ด ร้านเปลี่ยนแปลงจากที่เคยไปนานแล้ว ได้เห็นพลุจุดริมหาดด้วย


จากนั้นก็หาที่จอดรถริมหาดแล้วเอาทุเรียนที่ซื้อมาระหว่างทางระยองมากิน เพราะเขาห้ามเอาเข้าที่พัก


กลับมาที่พัก ฝนตกปรอยๆ วิวเมืองพัทยาก็สวยดีเหมือนกัน ในยามค่ำคืน


ตื่นเช้ามาวันอาทิตย์ มองเห็นทะเลหมอกไกลๆ ใช้กล้อง Nikon P1000 ซูมดู ว้าวเลยครับ


เช้าวันอาทิตย์มานมัสการพระเจ้าที่ คริสตจักรอาณาจักรพระสิริพัทยา Kingdom of Glory Pattaya Church ตั้งอยู่ที่โีรงแรม First Pacific Hotel And Convention มอบหนังสือให้ อ.โจและภรรยา กลับกรุงเทพฯ จากพัทยามาเที่ยงตรงถึงบ่ายสอง


28 เมษายน 2567

บ้าขับรถ กรุงเทพฯ-อุทัยธานี-ร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์-ขอนแก่น-ยโสธร-สุรินทร์ (5 วัน 4 คืน)

เมื่อเดือนมกราคม มีโอากาสขับรถยาวๆ จากกรุงเทพฯไปอุทัยธานี - ร้อยเอ็ด - กาฬสินธุ์ - ขอนแก่น - ยโสธร - สุรินทร์ (5 วัน 4 คืน) เหมือนคนบ้าพลัง แต่จริงๆ ก็พักงีบระหว่างทาง การใช้ GPS ช่วยทำให้แผนการเดินทางไปได้ดี เอาภาพมาลงไว้เป็นความทรงจำว่าไปที่ไหนมาบ้าง ลองชมดูครับ


ที่แรกเลยคือไปสำรวจคลองที่ Genesis Land Camping อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว จากนั้นก็ไปต่อที่ร้อยเอ็ด เพื่อเยี่ยมเยียนพี่น้องคริสเตียน เขาเปิดร้านขายต้นไม้


ออกจากอุทัยฯ ประมาณเที่ยงคิืน (นอนแป๊บนึง ถือเป็นคืนแรกในรถ) ขับรถยาวไปจนสว่าง และมาถึงร้อยเอ็ดแต่เช้า มองเห็นโหวดยักษ์ หรือหอโหวด 101 ต้องแวะแน่นอนมาอยู่ต่อหน้าแบบนี้

วิวสวยดีครับ เดี๋ยวในหลายๆ จังหวัดจะสร้างแบบนี้กันเยอะ


วางแผนแวะเยี่ยมร้านสเต็กที่กาฬสินธุ์ เส้นทางไปขอนแก่น คือร้าน Hebrews Coffee & Steak เป็นทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และเป็นโบสถ์ในวันอาทิตย์ด้วย


มาถึงขอนแก่นตอนบ่ายๆ ภารกิจคือมาอธิษฐานเผื่อพี่น้อง (คุณหน่อย) สำหรับที่พักอาศัย พัก 1 คืน


จากขอนแก่นมายโสธร ใช้เวลาเดินทางเยอะเหมือนกัน หลงทางเพราะชื่อด้วย สรุปมาพักที่ สวนเห็ดดีรวย การเกษตร อยู่ที่ อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร พักที่นี่ 2 คืน


มีโอกาสมาเที่ยวที่ วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้ ซึ่งเป็นโบสถ์ไม้ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย


ขากลับแวะเยี่ยมรุ่นน้องที่ คริสตจักรอิมมานูเอล สุรินทร์ กินอาหารกลางวันด้วยกัน


ยังมีเวลาไปชม อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ แล้วก็กลับกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นการเดินทางที่ยาวนาน 5 วัน 4 คืน ที่เหนื่อยเพราะขับรถจริงๆ ต้องชอบขับรถครับถึงจะทำแบบนี้ได้ แต่หาคนช่วยเปลี่ยนมือระหว่างทางก็ดีครับ จะได้ผ่อนคลายบ้าง

03 เมษายน 2567

เที่ยวเกาะล้าน 3 วัน 2 คืน งบ 3,300

เอาภาพกิจกรรมการเดินทางไปเที่ยวเกาะล้าน 3 วัน 2 คืน ไปกัน 4 คน ตกคนละประมาณ 3,300 บาท

เริ่มจากหาที่จอดรถที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย ช่วงบ่าย เจอค่าจอดรถไป 600 บาท 2 คืน เป็นที่จอดที่มีคนเชียร์ให้เราไปจอด ผมต้องการความริดเร็วก็เลยตอบตกลง ได้ที่จอดแล้วก็ต้องลงเรือไปเกาะ

แน่นอนว่ามีคนมาเชียร์ให้ใช้บริการสปีดโบทคนละ 250 บาทไปกลับ แต่ถ้านั่งเรือช้าลำใหญ่ 60 บาทไปกลับ ซึ่งต้องรอรอบ ถ้าไม่รีบนั่งเรือแบบนั้นก็ดี แต่ผมอยากรีบพักก็เลยยอมจ่าย เราไปกัน 4 คน เสียไป 1,000 บาท


เรือเร็วใช้เวลา 15 นาทีก็ถึงท่าเรือหน้าบ้านของเกาะล้าน เราไปที่พักโดยรถของที่ักขับมารับ ที่พักห่างจากท่าเรือประมาณ 400 เมตร จองที่พักผ่านอโกด้า ได้ราคา 5,212.97 ที่ HappyLove2 Seaview เป็นห้องรวมนอนได้ 4 คน มีห้องกลางและระเบียงติดทะเล มองเห็นสะพานของศูนย์แพทย์ชุมชนบ้านเกาะล้านเมืองพัทยาด้วย 

ตอนไปถึงน้ำลดลงพอดี เช่ามอเตอร์ไซค์อีก 2 คันๆ ละ 600 บาท รวมจ่าน 1,200 บาท เช่า 2 คืน


วันแรกไปเที่ยว หาดตายาย อยู่ทางเหนือของเกาะล้าน เป็นหาดเล็กๆ เล่นน้ำกำลังดี


เล่นน้ำเสร็จ ก็แวะกินข้าวเย็นไปเลยที่ Matata Bay Cafe มาทาทาร์ เบย์ คาเฟ่ วิวสวยดีครับ เป็นทั้งร้านกาแฟ และร้านอาหาร มีที่นั่งบนเขาและริมชายหาด


เราไปช่วงมีงานวัดพอดี เลยแวะซื้อของกินซักหน่อย


กลางคืนนอนไม่หลับ ตี่นมาหลังเที่ยงคืน ออกมานั่งชมวิวทะเล เห็นดวงจันทร์ เลยเอากล้องมาส่องสักหน่อย สวยเลยครับ


เช้าวันต่อมาตื่นสายมา 7 โมงกว่าไม่ทันดูอาทิตย์ขึ้น อาการศร้อนแต่เช้า ที่พักรวมอาหารเช้า มี 2 แบบคือ อเมริกันเบรคฟาสต์ กับข้าวต้มหมู


ขี่มอเตอร์ไซค์หาที่เที่ยวแต่เช้า ตั้งใจไปดู ถ้ำลับ ซึ่งทางผ่านต้องขี่มอเตอร์ไซค์ข้ามเขาบนเกาะ แวะจุดชมวิวหาดตาแหวน ถ่ายภาพเล่นๆ ถ้ำลับอยู่ใกล้กับหาดทองหลาง วันที่ไปนักท่องเที่ยวจีนเยอะมาก เลยเปลี่ยนแผนการ ไปหาที่เล่น้ำใหม่


สรุปมาลงที่ หาดนวล ซึ่งอยู่ทางใต้ของเกาะ เสียเงินค่าเตียงคนละ 100x4 (มา 4 คน) ค่าน้ำ-ค่าอาหาร ที่นี่อาหารจะราคาเริ่มต้นที่ 170 บาทจนไปถึง 350 บาท ต่อ 1 เมนู ส้มตำจานละ 170 บาท ถือว่าแพงเอาเรื่อง


พอหนำใจกับหาดนวลแล้ว ก็เปลี่ยนที่บ้าง ขึ้นไปดูวิวที่ จุดชมวิวกังหันลม ถนนชันมากต้องขับขี่อย่างระมัดระวัง แดดตอนบ่ายยังคงร้อนจัด จุดนี้จะมองเห็นหาดนวล และหาดแสม


แวะกินน้ำและอาหารทานเล่นที่เปิดใหม่ เพราะต้องการหลบร้อนในห้องแอร์


ขี่มอเตอร์ไซค์แวะดู หาดเทียน ว่าจะไปดู ต้นไม้เกาหลี เกาะล้าน Korea Tree at Koh Lan แต่ยอมแพ้ความร้อน เพราะเดินไกลเหมือนกัน


สรุปไปต่อที่ หาดแสม ก่อนหน้าเห็นคนเยอะแยะจากจุดชมวิว แต่ตอนนี้หายไปไหนหมด หาดนี้ถือว่ากว้างและสวยดีไม่แพ้ หาดตาแหวน


หลังจากถ่ายภาพจนพอใจ ก็มาหาข้าวเย็นกินชมวิวอาทิตย์ตกที่ หาดตาแหวน ที่ร้าน สุขเสมอ Camping & Bed Koh Larn มาเร็วไปหน่อย ต้องนั่งรอเป็นชั่วโมง เพราะร้านเปิดให้รับคิวตอน 17.30 น. และให้สั่งตอน 18.00 น. ที่มาเพราะประทับใจครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว แต่มาปีนี้อากาศร้อนไม่เป็นใจ แต่อาหารอร่อยเหมือนเดิม


กินข้าวเสร็จก็มาเดินรับลมที่ ท่าเรือหาดตาแหวน มองเห็นไฟประดับที่สะพานท่าเรือ และไปเกาะล้าน


เช้าวันต่อมา ต้องตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อมาถ่ายภาพอาทิตย์ขึ้น ซึ่งก็ได้ภาพที่สวยจริงๆ


เรือสปีดโบทนัดเราตอนเที่ยงเป็นต้นไป เราก็ตัดสินใจไปเที่ยงนั่นแหละ เพราะที่พักให้ออกจาก้องพักตอน 11 โมง เลยไปแวะร้านกาแฟอีกก่อนขึ้นเรือ ที่ร้าน Love on Sea


ท่าเรือหน้าบ้าน วุ่นวายทุกวันเพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เรานั่งเรือกลับมา 15 นาทีก็ถึงท่าเรือแหลมบาลีฮาย

สรุปค่าใช้จ่าย 4 คน จ่ายไป 13,228.97 หรือคนละเฉลี่ยประมาณ 3,307.25 บาท ถือว่าแพงไหมครับ