ค้นหาที่เที่ยวในบล็อกนี้

19 เมษายน 2559

เที่ยวเมืองลาว แขวงอุดมไซ (1) การเดินทาง+วัดพะสิงคำไซยะราม

มีหลายคนคิดถึงอาชีพอะไรนะ ที่ได้ทำงานไปด้วย เที่ยวไปด้วย ผมตอบได้เลยว่าคือ "ทุกอาชีพ"  เพราะทุกคนต้องเดินทางผ่านสถานที่ต่างๆ และแท้จริงแล้วสถานที่ต่างๆ นั้นคือ "ที่เที่ยว" แต่ตอบอย่างนี้หลายท่านก็คงค้าน เพราะมันไม่สวยเหมือนกันนี่!

จริงครับ เราจึงต้องหาวันหยุดยาวๆ เพื่อไปเที่ยว

ส่วนตัวผม มีอาชีพอะไรก็แล้วแต่ แต่ชอบหาเรื่องเที่ยวเสมอ แต่ครั้งนี้พิเศษตรงที่ ไปทำงานเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ที่แขวงอุดมไซ สปป. ลาว อยู่ทางเหนือของลาว ลูกค้าของผมออกค่าใช้จ่ายใหหทั้งหมด ทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก และอาหาร ทริปนี้จึงเอาเสื้อผ้า กับกล้องไปเท่านั้น

ผมเดินทางในวันที่ 1 เมษายน 2016 การเดินทางเริ่มต้นที่สนามบินดอนเมืองมุ่งสู่สนามบินอุดรธานี ต่อรถตู้ไปยังด่านหนองคาย ข้ามด่านไปยังลาว แล้วมีคนมารับไปที่สนามบินในตัวเมืองเวียงจันทน์


สนามบินในเวียงจันทน์มีชื่อว่า "สนามบินสากลวัดไต" ตามที่อ่านได้ อยู่ในเมืองห่างจากด่านพอสมควร ในเวียงจันทน์รถติดมาก แต่เมื่อถึงสนามบิน เครื่องบินก็ดีเลย์อยู่ดี คนเต็มเครื่องเลยครับ ผมได้นั่งท้ายสุดของเครื่อง



น่านฟ้าของลาวในช่วงนี้มีแต่เมฆหมอก
สนามบินอุดมไซ เป็นสนามบินเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก


เมื่อถึงสนามบิน ก็ไปยังโรงแรมที่พัก และเป็นของลูกค้าของผมด้วย นั่นคือ "โรงแรมงามลาว" เป็นโรงแรมไม่ใหญ่มาก มี 3 ชั้น แต่ที่พักระดับวีไอพี น่าพักมาก

จากสนามบินมาโรงแรม ไม่ถึง 10 นาที ใกล้มาก




ตัวเมืองอุดมไซ เป็นเมืองไม่ใหญ่มากนัก เป็นเส้นทางจากไทยจากจังหวัดพะเยา หรือน่าน ผ่านเมืองนี้ไปเที่ยวเวีดนามได้ที่เมืองเดียนเบียนฟู

งานแรกของผม คือไปเก็บภาพบรรยากาศการทำบุญ ด้วยการปูพื้นใหม่ที่วัดพะสิงคำไซยะราม และมอบถวายอุปกรณ์ใหม่ให้วัดด้วย ผมไม่รู้เส้นทางเลย นั่งรถตู้ฮุนไดของเกาหลีที่คนลาวนิยมใช้กัน เส้นทางคดเคี้ยวเลี้ยวลดไปมาจนน่าคลื่นไส้ กว่าจะถึงวัด









อยู่ที่วัดจนค่ำ แล้วก็เดินทางกลับไปที่โรงแรม มีงานเลี้ยงสำหรับคนที่ไปทำบุญที่วัด ผมจึงได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงด้วย เพื่อนๆ เห็นภาพบอกอย่างกับต้อนรับ รมต.เลยทีเดียว แหม.. นานๆ จังหวัดชีวิตจะดีกับเขาบ้าง







19 มีนาคม 2559

เลียบริมโขง+น้ำงึม จุดชมบั้งไฟพญานาคฝั่งลาว

ผมมาทำงานที่นอกเมืองเวียงจันทน์ เกี่ยวกับฟาร์มโคเนื้อ และแปลงผัก เจ้าของฟาร์มพามาเที่ยวใกล้ๆ บอกว่าเป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคริมน้ำงึมที่ไปเชื่อมต่อกับน้ำโขง มองเห็นฝั่งไทยคือ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

เส้นทางเข้ามายังเป็นถนนลูกรัง พอเข้ามาสู่ย่านที่อยู่ของชาวบ้าน มองเห็นลำน้ำงึมก็รู้สึกสดชื่น จนเดินทางมาถึงวัดที่อยู่จุดตัดแม่น้ำทั้งสอง โอ้โห สดชื่นขึ้นมาเป็นกองเลยครับ

มองไปด้านล่างเห็นเณรน้อยเณรใหญ่กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

น่าไปเที่ยวมาก แต่ขอบอกว่าขับรถอ้อมมาถึงที่นี่ไกลพอสมควร ถ้าจะมาเที่ยวที่นี่ควรค้างคืนที่ลาวก็ดีครับ







หาของกินเล่น@ตลาดนัดหัวมุม ถ.เกษตร-นวมินทร์

เป็นตลาดนัดแบบเปิดท้ายขายของแบบเปิดกลางคืน มีร้านอาหารมากมายหลากหลายสไตล์ให้เลือก นั่งเล่นรับลมยามหัวค่ำ หรือจะเดินเล่นซื้อของก็เพลินดีครับ ที่จอดรถพอมีให้จอดถ้ามาเร็วหน่อย โดยรวมบรรยากาศดี อาหารอร่อย มีของกินแปลกๆ ให้เลือก โดยเฉพาะร้าน "ติ่งเกาหลี" ที่จัดร้านเลียนแบบในหนังซีรี่ย์ที่คนดูจะรู้เลย เต็มทุกวัน และอร่อยด้วย แอดมินลองไปกินมาแล้วครับ







28 กุมภาพันธ์ 2559

เก็บภาพทุ่งดอกหญ้า@เสนานิเวศน์ 2

แทบไม่เชื่อว่าแต่ดอกหญ้าริมทางเกษตร-นวมินทร์ จะมีคนให้ความสนใจมากขนาดนี้ เชิญรับชมบรรยากาศได้เลยครับ

อยู่ในซอยเสนานิเวศน์ ซอย 200 ด้านหลัง "นวมินทร์ซิตี้ อเวนิว"






25 กุมภาพันธ์ 2559

เยือนถิ่นเก่า กฎีจีน (กะดีจีน)


กฎีจีน หรือ กะดีจีน เป็นชุมชนเก่าแก่ของพ่อค้าชาวจีนฮกเกี้ยนที่ตั้งอยู่ริมคลองวัดกัลยาณ์ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และกลุ่มคนหลายเชื้อชาติทั้งชาวไทย จีน ฝรั่ง ญวน มอญ ฯลฯ ที่อพยพจากกรุงเก่ามาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของคลองบางหลวง หรือคลองบางกอกใหญ่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
ตามบันทึกประวัติศาลเจ้าเกียนอันเกง บันทึกว่ากุฎีจีนสร้างในสมัยกรุงธนบุรีโดยชาวจีนที่ตามเสด็จพระเจ้าตากสิน เดิมมี 2 ศาล คือ ศาลเจ้าโจวซือกง และศาลเจ้ากวนอู

ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 1 ย้ายพระนครไปกรุงเทพ คนจีนเหล่านี้จึงอพยพไปรวมกับพวกที่ย่านตลาดน้อยและสำเพ็ง ศาลเจ้าจึงถูกทิ้งร้าง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงได้บูรณะรวมกันเป็นศาลเดียวกันแล้วอัญเชิญเจ้าแม่กวนกิมมาประดิษฐานให้ชื่อว่า ศาลเจ้าเกียนอันเกง ศาลเจ้านี้จึงเป็นร่องรอยของชุมชนในย่านกุฎีจีน


เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 ในครั้งนั้น ชาวคริสตังในกรุงศรีอยุธยาต่างหนีกระจัดกระจายไปในที่ต่าง ๆ จนกระทั่งพระยาตากสินกู้อิสรภาพจากพม่าได้สำเร็จ ในปี พ.ศ. 2311 และได้ทำพิธีราชาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้ากรุงธนบุรี (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) รวมทั้งได้ทำการก่อร่างสร้างเมืองขึ้นใหม่ที่กรุงธนบุรี หรือ บางกอก ซึ่งเป็นชื่อเรียกของชาวต่างชาติในสมัยนั้น


จนในปี พ.ศ. 2312 คุณพ่อกอรร์ (Corre) บาทหลวงชาวฝรั่งเศสซึ่งพาพวกเข้ารีตลี้ภัยไปที่เขมรได้เดินทางมายังบางกอกพร้อมชาวคริสตัง และชาวโปรตุเกสจำนวนหนึ่ง เพื่อหวังพึ่งพระบรมโพธิสมภารของสมเด็จพระเจ้าตากสิน และมีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระองค์ ด้วยพระเมตตาที่ทรงมีต่อคุณพ่อกอร์และชาวบ้านทั้งปวง พระองค์ได้พระราชทานเงิน 20 เหรียญ (กษาปณ์) และเรือลำหนึ่ง รวมทั้งสัญญาว่าจะพระราชทานที่ดินสำหรับสร้างวัดคาทอลิกให้

ในปีเดียวกัน คุณพ่อกอรร์และชาวบ้านที่มีทั้งคนญวนและคนไทยที่อพยพมาด้วยกันจึงได้ชักชวนคริสตังที่อาศัยกระจัดกระจายอยู่ในบางกอกได้จำนวนราว 400 คน และได้เข้าเฝ้าขอพระราชทานที่ดินจากสมเด็จพระเจ้าตากสินตามสัญญา ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานที่ดินแปลงหนึ่งให้บริเวณริมน้ำเจ้าพระยา โดยตั้งชื่อที่ดินนี้ว่า "ค่ายซางตาครู้ส" จากนั้นคุณพ่อกอรร์และคริสตังได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้น และเรียกว่า วัดซางตาครู้ส ซึ่งโบสถ์แห่งนี้นับเป็นโบสถ์คาทอลิก แห่งที่ 2 ในประเทศไทย

จากวันเวลาที่ผันผ่านทำให้วัดชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จึงต้องมีการบูรณะวัดขึ้นมาใหม่อีกถึง 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2456 บาทหลวงกูเลียล โมกิ๊น ดาครูส ได้สร้างโบสถ์ขึ้นเป็นสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนสมัยเรเนสซองส์ ที่เรียกว่า แบบนีโอคลาสสิก อย่างที่เห็นในปัจจุบัน


วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หรือ "วัดกัลยา" ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ฝั่งใต้


ประวัติ
เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) ต้นสกุลกัลยาณมิตร ว่าที่สมุหนายก ได้อุทิศบ้านและที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีภิกษุจีนพำนักอยู่ และเรียกกันต่อมาว่า "หมู่บ้านกุฎีจีน" สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2368 และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ พระราชทานนามว่า "วัดกัลยาณมิตร" และทรงสร้างพระวิหารหลวงและพระประธานพระราชทาน เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ชื่อ พระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต ด้วยมีพระประสงค์จะให้เหมือนกรุงเก่า คือมีพระโตอยู่นอกกำแพงเมือง อย่างเช่นวัดพนัญเชิง

หลวงพ่อโต เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูง โดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน เรียกชื่อแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 5 วา 3 ศอกคืบ สูง 7 วา 2 ศอกคืบ 10 นิ้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชทานช่วยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ เสด็จก่อพระฤกษ์เมื่อ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2380 อยู่ภายในพระวิหารขนาดใหญ่อยู่กลางวัด ตรงกลางระหว่างวิหารเล็กและพระอุโบสถ

พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ (ป่าเลไลย์) ซึ่งรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างพระราชทาน เป็น 1 ใน 2 วัด ของกรุงเทพมหานครที่มีพระประธานของพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ อีกแห่งคืออุโบสถวัดบางขุนเทียนใน ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงพุทธประวัติ และแสดงชีวิตชาวบ้านในสมัยรัชกาลที่ 3 และยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ 4

หน้าวิหารหลวงเป็นหอระฆังที่เพิ่งสร้างใหม่ เก็บระฆังยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดของไทย

08 กุมภาพันธ์ 2559

การค้นหาตัวเลข GPS ใน Google Map

มีคนสอบถามเรื่องการค้นหา GPS จากมือถือ smart phone มาสู่คอมพิวเตอร์ desk top ดูวิธีตามภาพได้เลยครับ


ไม่ว่าเราจะหมุดสถานที่ในมือถือของเราที่ไหน มันก็จะปรากฏในคอมพิวเตอร์ด้วยเช่นกัน เพียงเชื่อมต่อผ่าน Gmail ของเรา
1. คลิกเปิดโปรแกรม Google Map
2. คลิกเลือกสถานที่ที่เราต้องการ
3. คลิกเมาส์ปุ่มขวาเพื่อเลือก และไปคลิกเลือกบรรทัดที่สาม "ที่นี่มีอะไร"
4. โปรแกรมจะแสดงตัวเลขของพิดัด GPS สถานที่นั้น
5. ตัวเลขพิกัดจะแสดงขึ้นมาในกรอบด้านซ้ายของจอ
6. ใช้เมาส์เลือกข้อความนั้น เพื่อ copy มาใช้
7. นำตัวเลข แชร์ให้เพื่อน หรือนำมาใช้ในโปรแกรมแผนที่อื่นๆ ได้เลย

07 กุมภาพันธ์ 2559

จังหวัดที่แอดมินยังไม่เคยแวะเที่ยวในประเทศไทย

แอดมินพอมีเวลามาดูสถานที่ที่ไปแล้วทั่วประเทศ ก็ไปมาเกือบครบทุกจังหวัด เหลือไม่กี่จังหวัดทีี่ยังไม่เคยแวะไปเลยสักครั้ง

ที่ไม่เคยไปเลยสักครั้ง
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส
จุดที่แอดมินเคยไปแวะเที่ยวมาแล้วทั่วประเทศ