ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมบล็อกของเรา บล็อกนี้ทำขึ้นมาเพื่อแชร์ประสบการณ์การเดินทางไปพักผ่อนทั้งในและนอกประเทศ ตามโอกาสจะเอื้ออำนวย และส่วนใหญ่ที่ได้ไปหลายที่ก็เพราะงาน จึงอาจเก็บรายละเอียดได้จำกัด แต่ก็ถือว่าเพียงพอกับข้อมูลเบื้องต้นที่ท่านจะเดินทางด้วยการขับรถไปด้วยตัวเอง ตามคอนเซ็ปของบล็อกนี้ครับ
ค้นหาที่เที่ยวในบล็อกนี้
02 มกราคม 2557
01 มกราคม 2557
เที่ยวกางเต้นท์ที่เพชรบูรณ์-พิษณุโลก 3 วัน 2 คืน (3) จากอช.ภูหินร่องกล้า ไปอช.ทุ่งแสลงหลวง
จากอช.ภูหินร่องกล้า เราแวะชมที่หลบภัยทางอากาศที่อยู่ระหว่างทาง และคิดจะแวะน้ำตกหมันแดง แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าไม่เคยไปเองควรขอให้เจ้าหน้าที่พาไป เพราะต้องเดินข้ามเขา 3 กม.กว่า ใช้เวลา 5 ชม. เลยไปต่อที่ อช.ทุ่งแสลงหลวง ระหว่างทางรถติดมากเลยครับ เพราะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่เขาค้อ และทางสายหลวงหมายเลข 12 กำลังก่อสร้างใหม่ เที่ยวช่วงเทศกาลต้องทำใจเรื่องรถดติดครับ
| อยู่ระหว่างทางไปภูทับเบิก |
| ลงไปเดินเล่นได้ครับ |
| มีเส้นทางเดินที่ไปโดยง่ายครับ |
| วิวสวยๆ มีตลอด |
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงมีหลายทางเข้าครับ ทั้งฝั่งเขาค้อ ที่เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา และฝั่งทางหลวงหมายเลข 12 ที่มีลำน้ำเข็กอยู่กลาง และเป็นที่กางเต้นท์
| หลังจากเข้ามาในเขตอุทยาน ทางก็เป็นแบบนี้ตลอดทาง รถเก๋งวิ่งได้ |
| จุดกางเต้นท์ริมน้ำเข็ก |
| เป็นแก่งหิน มีน้ำไหลเชี่ยวพอสมควร |
| นักท่องเที่ยวก็มีพอสมควร แต่ไม่มาก |
| ที่พักของอุทยาน ต้องจองครับ |
| เล่นน้ำเย็นเฉียบ |
| สั่งอาหารมาอุ่นกินยามค่ำคืน สนุกแบบเที่ยวนอนเต้นท์ |
| ทำอาหารเช้า กิจวัตรของนักเที่ยวอุทยาน |
| มีจุดถ่ายรูปเท่ห์หลายมุม |
| ขากลับมาจ่ายค่าที่กางเต้นท์คนละ 30 บาท ยังราคานี้อยู่ครับ |
| โครงกระดูกช้าง |
| ต้นไม้ด้านหน้าอุทยาน |
เที่ยวกางเต้นท์ที่เพชรบูรณ์-พิษณุโลก 3 วัน 2 คืน (2) ไปดูซากุระบานที่ภูลมโล แวะภูร่องกล้า กางเต้นท์ที่อช.ภูหินร่องกล้า
หลังจากหมดหวังกับการหาที่กางเต้นท์ที่ภูทับเบิกแล้ว พวกเราก็เปลี่ยนแผนมุ่งไปที่ภูร่องกล้่า ที่ที่เคยไปนอนกางเต้นท์เมื่อต้นปี แวะชมซากุระบานที่ภูลมโล จ.เลย ซึ่งอยู่ในทางเดียวกัน
แต่ต้องเปลี่ยนใจเพราะสถานที่ที่เนินภูร่องกล้าเปลี่ยนไป และดูเหงาๆ เลยต้องไปนอนเต้นท์ที่ อช.ภูหินร่องกล้า
ในที่สุด ก็มากางเต้นท์ช่วงเย็น กินข้่าวที่ร้า่นอาหารในอุทยาน แล้วกินสตรอเบอร์รี่ที่ซื้อมาจากภูทับเบิกกินกันท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น
ชมต่อ http://serithaitour.blogspot.com/2014/01/3-2-3.html
| เส้นทางจากภูทับเบิก เข้าเขตอุทยานต้องเสียค่าเข้า 4 คน + รถ 1 คัน รวม 190 บาทครับ |
| ทางไปภูลมโลกับภูร่องกล้าอยู่ทางเดียวกัน ก่อนถึงภูร่องกล้่าอีก 1 กม. จะมีทางเลี้ยวขวา ให้ไปทางนั้น |
| เขาปลูกกันเป็นไร่เลยครับ |
| กำลังบานพอดี ถ้าให้สวย น่าจะต้นกุมภาพันธ์ |
| น้องนายกับต้นซากุระ หรือนางพญาเสือโคร่ง |
| นักท่องเที่ยวแวะชมไร่ซากุระ |
| กลุ่มรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ขึ้นมากางเต้นท์บนภูลมโล |
| รถกระบะโดยสารพานักท่องเที่ยวขึนมาชมภูลมโล |
| รถเก๋งหมดสิทธิ์ขึ้นมาครับ เพราะทางชันและเละมาก |
แต่ต้องเปลี่ยนใจเพราะสถานที่ที่เนินภูร่องกล้าเปลี่ยนไป และดูเหงาๆ เลยต้องไปนอนเต้นท์ที่ อช.ภูหินร่องกล้า
| กลับมายืนที่เดิมเมื่อมกราต้นปีเคยมาที่นี่ ตอนนี้ธันวา มีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะมาก |
| ต้นสนโตขึ้นเร็วมาก |
| นักท่องเที่ยวเหลือแค่กลุ่มเดียว |
| ที่พื้นภูร่องกล้ามีแต่ต้นเฟิร์นขึ้นเต็ม |
| อาทิตย์ตกที่ภูร่องกล้า |
ในที่สุด ก็มากางเต้นท์ช่วงเย็น กินข้่าวที่ร้า่นอาหารในอุทยาน แล้วกินสตรอเบอร์รี่ที่ซื้อมาจากภูทับเบิกกินกันท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น
| กินสตรอเบอร์รี่กัน |
| ยามเช้าที่อุทยาน นอนที่หน้าร้านอาหารเลยครับ |
เที่ยวกางเต้นท์ที่เพชรบูรณ์-พิษณุโลก 3 วัน 2 คืน (1) จากเขาค้อไปภูทับเบิก
ปีใหม่นี้ ผมกับครอบครัว รวม 4 คน วางแผนแบบเร็วๆ ในการเดินทาง เพราะคราวแรกกะว่าจะไปน่านกัน แต่เนื่องด้วยงบประมาณที่จำกัด และระยะทางที่ไกลเกินไป จึงเลือกเดินทางมากางเต้นท์ในที่เดิมๆ ที่คุ้นเคย เราจึงตัดสินใจเลือก ภูทับเบิก แต่พอมาถึง ก็ต้องเปลี่ยนใจไปภูร่องกล้า และมาจบที่ อช.ภูหินร่องกล้าครับ
เราออกเดินทางประมาณเที่ยงคืน เพื่อมาให้ถึงเช้าที่เขาค้อ ก็เป็นไปจามแผน แม้จะช้าไปเพราะรถติด ช่วงออกจากกรุงเทพฯ แถวสระบุรี
จุดแรกที่แวะคือข้างทางที่ดวงอาทิตย์ขึ้นพอดี แล้วก็ไปติดแถวๆ อ.เขาค้อ เหมือนตลาดนัดเลยครับ คนเยอะมาก
แล้วมาต่อที่ไร่ บี.เอ็น. ย้อนอดีตที่เคยแวะเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
จากนั้นก็ออกสู่ถนนหมายเลข 12 แวะชมร้านกาแฟ ร้านของที่ระลึกที่เดี๋ยวนี้เขาจัดร้านแปลกๆ เพื่อการถ่ายภาพของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
จากนั้นเราก็วนกลับมาสู่้เส้นทางไปภูทับเบิก ขับรถขึ้นเขาที่มีระยะทางตามป้ายบอก 13 กม. ซึ่งมีรถนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เลยต้องแวะข้างทางตลอด เพราะรถติด
สุดท้ายก็ไปถึงภูทับเบิก และไม่มีที่กางเต้นท์เ้ลย ไปชมสวนดอกไม้เมืองหนาวที่บ้านทับเบิกจัดไว้ ค่าเข้าชมคนละ 50 บาทครับ
แล้วก็วนกลับมาที่หอดูดาว จุดสูงสุดของภูทับเบิก
ชมต่อ http://serithaitour.blogspot.com/2014/01/3-2-1_1.html
เราออกเดินทางประมาณเที่ยงคืน เพื่อมาให้ถึงเช้าที่เขาค้อ ก็เป็นไปจามแผน แม้จะช้าไปเพราะรถติด ช่วงออกจากกรุงเทพฯ แถวสระบุรี
| จุดท่องเที่ยวต่างๆ ที่สามารถแวะเที่ยวและเก็บภาพวิวได้ครับ |
| มาถึงตอนเช้าพอดี ได้เก็บภาพดวงอาทิตย์ขึ้นพร้อมกับวิวหมอกสวยๆ แบบนี้ครับ |
| ธรรมชาติสวยงาม จนน่าประทับใจ |
| บรรยากาศที่เพิ่มขึ้น จากต้นปีที่ผ่านมา |
| รถติดเหมือนกัน เพราะมีการจัดร้านขายของริมถนนที่อำเภอ |
| เหมือนผ่านตลอดนัดเลยครับ |
แล้วมาต่อที่ไร่ บี.เอ็น. ย้อนอดีตที่เคยแวะเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
| ที่ไร่ บี.เอ็น. ทางเข้ายังน่าประทับใจเหมือนเดิม |
| แต่ดูเหงาๆ ไปหน่อยในช่วงปีนี้ |
| ผู้คนไม่ค่อยแวะเข้ามาที่นี่แล้วครับ แต่ก็ยังมีบ้าง |
| มีมุมถ่ายภาพสวยๆ อยู่ครับ |
จากนั้นก็ออกสู่ถนนหมายเลข 12 แวะชมร้านกาแฟ ร้านของที่ระลึกที่เดี๋ยวนี้เขาจัดร้านแปลกๆ เพื่อการถ่ายภาพของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
จากนั้นเราก็วนกลับมาสู่้เส้นทางไปภูทับเบิก ขับรถขึ้นเขาที่มีระยะทางตามป้ายบอก 13 กม. ซึ่งมีรถนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เลยต้องแวะข้างทางตลอด เพราะรถติด
สุดท้ายก็ไปถึงภูทับเบิก และไม่มีที่กางเต้นท์เ้ลย ไปชมสวนดอกไม้เมืองหนาวที่บ้านทับเบิกจัดไว้ ค่าเข้าชมคนละ 50 บาทครับ
แล้วก็วนกลับมาที่หอดูดาว จุดสูงสุดของภูทับเบิก
| จุดสูงสุดของภูทับเบิก |
| จากจุดนี้มองเห็นถนนเข้าสู่บ้านทับเบิก |
| ต้องมาแต่เช้าถึงจะได้กางเต้นท์ที่นี่ครับ |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)