ค้นหาที่เที่ยวในบล็อกนี้

02 กุมภาพันธ์ 2554

สุดแดนตะวันตก บ้านไร่วิมานดิน ทองผาภูมิ กาญจนบุรี

เดือนมกราคม อากาศยังคงหนาวเย็นอยู่ ผมก็มีโอกาสไปดูงานที่กาญจนบุรี และได้น้องเต้ยได้วางแผนนัดหมายกับสถานที่แห่งหนึ่งนั่นคือ "บ้านไร่วิมานดิน" เป็นแหล่งเรียนรู้แห่งหนึ่งซึ่งเป็นออแกนิคธรรมชาติ

บ้านไร่วิมานดิน เป็นฟาร์มสเตย์ เกษตรอินทรีย์ เป็นฟาร์มสเตย์แห่งแรกและใหญ่ที่สุดในเมืองไทย เป็นทั้งรีสอร์ทและโฮมสเตย์ ในสไตล์ธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยขุนเขาและสายน้ำที่บ้านห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

ที่นี่ มีกิจกรรมฟรีๆ ไว้รอรับทุกท่านมากมาย เช่น ดูนกภายในบ้านวิมานดิน ชมสวนเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ เที่ยวชมสัตว์ป่า และร่องรอยสัตว์ ชมพุน้ำร้อนจากธรรมชาติ ล่องแก่งด้วยห่วงยาง และที่สำคัญคือเรามีกิจกรรมปลูกกล้วยให้ช้างป่า ที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน


ด้านหน้าอาคารหลัก



บ้านพักที่แยกออกมาเป็นบ้านเดี่ยว

ที่นี่มีชาไว้เสริฟตลอดเวลา เป็นชารางจืด

เนื้อเพลงที่ขับขานเป็นจริงที่นี่ครับ ขอบอก

บรรยากาศภายในบ้านพักหลังใหญ่

ลำธารด้านหลังที่พัก โรแมนติกสุดๆ ครับ

จะนอนเต๊นท์หน้าลำธารก็ได้สัมผัสอากาศหนาว

มองกลับมายังอาคารหลังใหญ่ มีลานกว้าง

มุมมองจากหอคอยสูง

หอคอยที่นี่ โดดเด่น เป็นจุดชมวิวที่หาที่ไหนไม่ได้

ผมยืนเก็กท่า (แต่ขาสั่นเพราะความสูง) บนหอคอย

คุณกฤชญาณ น้อยเศรษฐ (ชาย) เจ้าของไร่
แนะนำน้ำหมักสูตรพิเศษ ทำจา่กกล้วย+น้ำผึ้ง

เส้นทางเข้าสู่ไร่ ผ่านหน้าผาอันตระหง่านยิ่งใหญ่

ชมวิวทางผ่าน ดวงอาทิตย์กำลังจะตกริมน้ำ

ราคาที่พัก 800 บาท/คน รวมทุกอย่างฟรีๆ ไว้...ในราคานี้ครับ

- อาหาร 2 มื้อ ( เย็น เช้า) มื้อละ 3 ชนิดขึ้นไป รับประกัน กินอิ่มนอนหลับมากมายเหนือคำบรรยาย

- ผักผลไม้หยิบทานได้ตามอัธยาศัย พร้อมใส่ถาดไว้รับรองตลอดเวลา

- น้ำผลไม้ Welcome Drink ตามฤดูกาล

- ชารางจืด ล้างน้ำตาลในเลือด ล้างสารพิษ ( ตลอดวัน )

- เก็บและชิมผลไม้ตามฤดูกาล

- ศึกษาระบบนิเวศและการทำเกษตรอินทรีย์ของบ้านไร่วิมานดิน

- ให้อาหารวัวในไร่เพื่อใช้มูลมาทำปุ๋ย

- ชมเฮลิโคเนีย มากมายหลากสายพันธุ์

- ชมทิวลิปสวรรค์ พันธ์ไม้หาดูยาก

- ชมต้นยาง 100 กว่าปีที่ได้รับการรักษาเยียวยาไม่ให้ล้มตาย

- ชมหิ่งห้อยใต้ต้นสะตอกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติค

- ชมนกหายากภายในไร่

- เล่นน้ำ ณ ลำน้ำห้วยปากคอก

- นอนแช่น้ำแร่...ธาราบำบัด

- กิจกรรมฟรีๆดีๆนอกสถานที่ เช่น

-ปลูกกล้วยให้ช้าง

-เที่ยวป่า

-ตามหาพุน้ำร้อน

-ตามรอยสัตว์ในบริเวณโป่งพุน้ำร้อน

-ล่องแก่งด้วยห่วงยาง

นอกจากความงดงามตามธรรมชาติแล้วที่นี่ยังได้ปรับแต่งที่พัก ห้องพัก ให้หรูหราควรค่าแก่ผู้มาพักในแบบบูติค พร้อมมีเรื่องราวเรื่องเล่ามากมาย มาชมได้ที่นี่ครับ

http://www.vimandin.com

เที่ยวแบบย้อนยุค ดูอาคารโบราณ ที่ปราจีนบุรี

ปีใหม่นี้ เริ่มต้นแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกเป็นอาคารโบราณครับ พอดีผมไปดุงานที่ปราจีนบุรี พอดีขับรถผ่านโรงพยาบาล เห็นอาคารเก่าๆ สีเหลือง เลยลองแวะเข้าไปดูครับ จึงรู้ว่าคือ "ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร"

ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรอยู่ภายในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3069 ถนนปราจีนอนุสรณ์ ตึกหลังนี้เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2452 โดยให้บริษัทโฮวาร์ด เออร์สกิน เป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง เพื่อถวายเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หากเสด็จมณฑลปราจีนบุรีอีก หลังจากที่ได้เสด็จในครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2451 แต่เสด็จสวรรคตก่อนในกลางปี พ.ศ. 2453

อาคารได้รับการดูแลอย่างดี เสมือนอาคารใหม่ๆ ในปัจจุบัน

เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
(ชุ่ม อภัยวงศ์)

ของตกแต่งภายในอาคาร

นาฬิกาโบราณดูงามสง่า

มองจากภายในอาคารสู่สวนภายนอก

โคมไฟระย้า สวยงดงาม

เครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ

มีการทำสมุนไพรเป็นลูกกลอนโชว์ให้ดูด้วย

ร้านขายยาโบราณก็มีที่นี่ด้วย

ชุดเฟอร์นิเจอร์แบบคลาสสิค
นอกจากเป็นอาคารแบบคลาสสิคแล้ว ยังมีเครื่องประดับ ยาสมุนไพร และพิพิธภัณฑ์ ใครที่ผ่านไปปราจีนบุรีก็อย่าลืมแวะเยี่ยมชมนะครับ รับรองว่าจะเพลินจนลืมดูเวลาไปเลยทีเดียว ผมอยู่ที่นั่นเกือบ 2 ชม.

01 มกราคม 2554

รวมที่กางเต็นท์ 20 แห่ง ในรอบ 10 ปีที่ผมขับรถเที่ยวทั่วไทย


คราวนี้มาแนะนำสถานที่กางเต็นท์ในรอบ 10 ปีที่ผมมีโอกาสไปแวะเที่ยวด้วยการขับรถไปเอง หอบหิ้วอุปกรณ์ทำอาหาร เครื่องนอน เบาะ หมอน ผ้าห่ม ถุงนอน

การเอาเต็นท์ไปเอง แม้จะยุ่งยากในการจัดเก็บ แต่ถือเป็นกิจกรรมฆ่าเวลาอย่างดี และบางครั้งก็สนุกด้วย (แต่เบื่อก็มีถ้าไปถึงมืด)

ราคาค่าเต็นท์เดี๋ยวนี้ไม่กี่ร้อยก็ซื้อได้ 3,000-4,000 ก็หลังใหญ่นอนได้หลายคน

เมื่อไปกางที่อุทยาน ค่ากางแค่ 30 บาทเอง ซึ่งถือว่าถูกมากๆ ประหยัดค่าที่พักไปได้หลายเท่า หากพักโรงแรมหรือรีสอร์ท

จะไล่จากเหนือลงใต้ก็แล้วกัน (คลิกที่ชื่อสถานที่ท่องเที่ยว จะเป็นลิงก์รายละเอียดที่เที่ยวนั้น)

1. อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน กางเต็นท์ริมน้ำปายกันเลย
สถานที่แห่งนี้เพื่อนผมเป็นเจ้าของ บ้านเขาก็มีให้พัก
แต่อยากกางเต็นท์ หนาวได้ที่ กำลังดี

2. อช.ดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่ หนาวได้ใจ เด็กชอบ


วิวสวยๆ จากดอยอ่างขาง ทะเลหมอกยามเช้า สวยสุดๆ

3. อช.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ วิวภูเขาสวยมากๆ


4. อช.ทุ่งแสลงหลวง จ.เพชรบูรณ์-พิษณุโลก ติดกัน 2 จังหวัด
อากาศดี เงียบ เป็นส่วนตัว คนไม่ค่อยรู้จัก


5. อช.เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา - นครนายก
คนมหาศาล เปลี่ยนที่นอนใกล้กรุงเทพฯ


6. อช.ภูเรือ จ.เลย หนาวเป็นที่พอใจ
ผมมาที่นี่บ่อยมากช่วงปีใหม่ จนเกือบเป็นสถานที่ยอดนิยมของครอบครัว


นี่ก็ภูเรือ

อ.ภูเรือ อีกรอบ เป็นที่เอกชน รีสอร์ท
ก่อนขึ้นภูเรือ
บรรยากาศเหมือนกัน แต่สะดวกกว่ายอดภู

7. อ.ปากชม จ.เลย
กางที่บ้านเพื่อน อันนี้หนาวใจขาด 
เพราะอยู่ในอ้อมกอดของภูเขา

นอนเต็นท์เพราะจำใจที่พักเต็ม แต่ก็พอได้ ถ้าอากาศหนาว


9. อช.ทับลาน ผาเก็บตะวัน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
ชอบที่นี่มาก เพราะใกล้กรุงเทพฯ และหนาวได้ใจ


10. ภูอุทัย อยู่ใกล้เขาใหญ่
พอใช้ได้ วิวดี เป็นของเอกชน

11. อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
ที่เอกชน วิวดี ราคาพอไหว อาหารอร่อย

12. บ่อนำร้อนสมอทอง จ.อุทัยธานี
วิวอ่างเก็บน้ำสวย เป็นส่วนตัว 
(เพราะไม่มีใครมานอนเลย)
ยังใหม่อยู่

13. ท่าด่านโฮมสเตย์ จ.นครนายก อันนี้ชื้นไปหน่อย
แต่ถือว่าโอเค คนละ 50 บาท คิดเป็นหัว

14. อช.น้ำตกไซเบอร์ จ.อุทัยธานี
ส่วนตัวมากๆ ยังไม่มีคนรู้จัก หนาวสุดๆ ในตอนกลางคืน


น้ำตกไซเบอร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนท้องถิ่น
แต่กำลังจะเป็นที่นิยม

15. แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
กางเต็นท์บ้านเพื่อน อากาศสบายๆ

16. อช.เขาพะเนินทุ่ง จ.เพชรบุรี
ถือว่าโอเค เพราะใกล้กรุงเทพฯ วิวภูเขา ทะเลหมอกพอได้อยู่

17. อช.เขาชะเมา จ.ระยอง
เงียบๆ ควรชวนเพื่อนมาด้วยจะได้ไม่เหงา



ติดทะเล ใช้ได้เลย เพราะราคาอุทยาน


นี่อยู่บนเกาะ ติดทะเล

วิวหน้าอุทยาน หน้าที่กางเต็นท์ สวยใส โรแมนติก


20. อช.เกาะสิมิลัน จ.พังงา
คนเยอะพอควร แต่นั่งเรือเหนื่อย ค่าเรือก็น่าดู
นอนอุทยานประหยัดสุดๆ


เรื่องวิวไม่ต้องพูดถึง มีโอกาสต้องไปอีกแน่นอน