ค้นหาที่เที่ยวในบล็อกนี้

09 พฤศจิกายน 2557

เที่ยวแขวงวังเวียง สปป.ลาว ทริปชิลชิล

เส้นทางจากด่านหนองคายไปวังเวียง โปรแกรม Goolgle Earth  คำนวนไว้ 174 กม. เดินทาง 2 ชม. 26 นาที แต่เวลาเดินทางจริงเกือบๆ 4 ชม. ครับ เพราะทางเป็นทางขึ้นเขา และถนนยังขรุขระ พื้นผิวเสียหายหลายช่วง

วิธีเดินทางด้วยรถยนต์ ไปได้ทั้งรถประจำทาง รถเช่าเหมา หรือรถส่วนตัว แล้วแต่สะดวก ราคาตกลงกันเอง

เส้นทางไปวังเวียง จะใช้เส้นทางหมายเลข 13

ถนนหมายเลข 13 ขึ้นไปทางเหนือสู่แขวงวังเวียง
ระหว่างทางมีจุดแวะชมวิว ถ่ายภาพแม่น้ำภูเขา

สะพาน หลัก 74 ญี่ปุ่นมาร่วมสร้างเอาไว้

แวะถ่ายภาพชมวิวที่สะพาน หลักที่ 74
ไม่ค่อยมีรถวิ่งเลยครับ โล่งๆ
วิวแม่น้ำ และภูเขา สวยดีครับ
น้ำเชี่ยวมากๆ

จากจุดแวะชมวิว สะพานที่หลัก 74 ก็นั่งรถกันอีกเป็นชั่วโมงๆ เลยทีเดียว

วังเวียงเป็นเมืองริมแม่น้ำ และภูเขา บรรยากาศจึงดีมากๆ
ร้านอาหารยามค่ำ อยู่ตรงสี่แยกกลางเมือง มีแค่ย่านเดียวที่นี่
วังเวียงรีสอร์ท บรรยากาศร่มรื่น ริมแม่น้ำซอง
 เราพักกันที่ "วังเวียงรีสอร์ท" ครับ คิดราคาที่พักคืนละ 500 บาท ห้องแอร์ แต่ก็เก่าพอสมควร น่าจะเป็นที่พักรุ่นแรกๆ ครับ มีที่พักในเมืองอีกหลายแห่ง แต่ไกด์แนะนำที่นี่เพราะติดกับจุดชมวิวเมือง และถ้ำ "จัง" (จัง แปลว่า เย็น)

อยู่ใกล้จุดชมวิวธรรมชาติ และถ้ำจัง
สะพานข้ามแม่น้ำซอง เพื่อข้ามมาเที่ยวชมถ้ำจัง
ถ้ำจังอยู่บนภูเขา ต้องเดินขึ้นบันได เสียค่าเข้าชมนะครับ
ชมวิว ชมถ้ำเสร็จ ต้องลงมาเล่นน้ำด้านล่าง น้ำใสเหมือนมรกต
มื้อกลางวันแวะทานอาหารริมแม่น้ำอีกที่ ชมวิวภูเขาอีก
กิจกรรมทางน้ำที่เห็น น่าจะเป็นพายเรือ

ชมวิวภูเขา
นั่งบอลลูนชมวิว

24 ตุลาคม 2557

จากกรุงเทพฯ สู่หนองคาย เพื่อไปเที่ยวนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

เป็นการเดินทางอีกครั้งเพื่อไปลาว หลังจากที่ได้นำเสนอการเดินทางไปลาวในหลากหลายวิธี ตั้งแต่การนั่งรถไฟ หรือนั่งเครื่องบินมาลงอุดรต่อรถมาที่ด่าน

มาคราวนี้ผมเลือกเดินทางด้วนรถประจำทาง และเมื่อดูจากเว็บไซต์แนะนำ จึงเลือกเดินทางกับ "นครชัยแอร์" ใช้เวลาเดินทางเกิือบ 10 ชม.

ที่นั่งขนาดใหญ่ มีหนังให้ดูตลอดการเดินทาง นั่งยาวเกือบๆ 10 ชม.
หลับๆ ตื่นๆ ก็ถึงตอนเช้า ออก 3 ทุ่ม ถึง 7 โมง
เมื่อมาถึงหนองคายก็ต้องไปทำหนังสือผ่านแดนของเพื่อนที่ไปด้วย ส่วนผมมีพาสปอร์ต ไม่ต้องทำหนังสือ เข้าไปที่ด่านได้เลย (รายละเอียดการเข้าด่านเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา)

เมื่อถึงสถานี ต่อรถไปด่าน สอบถามราคาก่อนขึ้นนะครับ
ปกติคนละ 50 บาท ระยะทางประมาณ 5 กม.
(ถามก่อนขึ้นนะครับ เพราะไม่เช่นนั้นโดนชาร์ตราคาแน่นอน)

หนังสือผ่านแดนชั่วคราว ค่าดำเนินการ  150 บาท / 1 ฉบับ
เมื่อข้ามด่านเรียบร้อยหารถโดยสารเข้าเมืองหลวง จะเช่าเหมาคัน หรือหารถโดยสารประจำทางก็ได้ครับ ส่วนผมมีเพื่อนที่ลาวมารับและพาเที่ยวเลยสบายหน่อย

จากด่านเข้าเมืองสู่เมืองหลวง ระยะทางประมาณ 20 กม.

ที่เที่ยวในเมืองเป็นพิพิธภัณฑ์ วัด  และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

หอพระแก้ว และวัดสีสะเกด อยู่ติดกัน ใช้เวลาเยี่ยมชมไม่นาน เสียค่าเข้าคนละ 20 บาท หรือ 5,000 กีบ

หอพระแก้ว
คือสถานที่เคยประดิษฐาน พระแก้วมรกต หรือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ตั้งอยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ปัจจุบันเหลือเพียงพระแท่นที่ประดิษฐาน เพราะพระแก้วมรกตองค์ปัจจุบันได้รับการอัญเชิญลงมาประทับที่กรุงเทพมหานครในสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โดยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เป็นผู้อัญเชิญ

ต้องแต่งกายสุภาพนะครับ อย่าใส่ขาสั้นสำหรับผู้หญิง
ต้องเช่าผ้าซิ่นนุ่งเข้าไปชม

นักท่องเที่ยวถ่ายภาพได้แต่ด้านนอก เพราะภายในไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ หรือสวมหมวก

พระพุทธรูปรอบหอพระแก้ว







วัดสีสะเกด
วัดสีสะเกด หรือ วัดสะตะสะหัดสาราม ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางตัวเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ ติดกับหอคำ พระราชวังหลวงของกษัตริย์ลาวสมัยก่อนสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2094 โดยพระเจ้าโพธิสารราช พระบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ในศตวรรษที่ 16

ในระยะที่ 2 วัดสิสะเกด สร้างขึ้นในวัดพฤหัสบดี ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 3 ปีขาน พ.ศ. 2361 โดย เจ้าอนุวงศ์กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ล้านช้างเวียงจันทน์ ถือว่าเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ในระหว่างศึกสงครามหลายยุคหลายสมัย และเป็นวัดเดียว ที่ไม่เคยถูกทำลายเหมือนวัดอื่น ๆในเวียงจันทน์ หลังจากสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2367 พระเจ้าอนุวงศ์ก็ได้นำพาประชาชนลาวบำเพ็ญบุญกุศุลเฉลิมฉลองเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน

สิ่งที่ได้ก่อสร้างพร้อมกันนี้มี หอพระไตรปิฎก

เดินข้ามฝั่งมา ซื้อตั๋วเข้าชมอีกครั้ง

บรรยากาศเหมือนกับวัดในไทยเช่นกัน
ประตูชัย
สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้า การปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ ประตูชัยแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รันเวย์แนวตั้ง เพราะการก่อสร้างประตูชัยแห่งนี้ ใช้ปูนที่อเมริกาซื้อเพื่อนำมาสร้างสนามบินใหม่ในนครเวียงจันทน์ในระหว่าง สงครามอินโดจีน แต่ไม่ทันได้สร้างเพราะอเมริกาแพ้สงครามในอินโดจีนเสียก่อน จึงนำปูนซีเมนต์มาสร้างประตูชัยแทน ลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมในสมัยนั้น แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาว ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ แบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย บันไดวันให้ขึ้นไปชมทิวทัศน์ของนครเวียงจันทน์ บนยอดของประตูชัยอีกด้วย ตลอดบันไดวนของประตูชัยจะแบ่งออกเป็นชั้นๆ ซึ่งแต่ละชั้นจะมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก



21 ตุลาคม 2557

ชมวิวทะเลที่หาดแม่รำพึง จ.ระยอง

เป็นจุดชมวิวแบบไม่เป็นทางการ เพราะเป็นสะพานปูนที่ไม่ได้ใช้การแล้ว อยู่ที่หาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งนอกจะมีตลาดผลไม้ที่เป็นจุดเด่นแล้ว ก็ยังมีชายหาดยาวที่มีนามว่า "หาดแม่รำพึง" ที่นี่ผมแวะพักแรม ชมวิวทะเล กินอาหาร มากกว่าจะลงเล่นน้ำครับ บรรยากาศยามเช้า ใช้ได้เลย ที่พักแถวนี้ ราคาประมาณ 700.- ขึ้นไปครับ

หาดแม่รำพึง อยู่ในเขต ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง

จุดเด่นที่หาดแม่รำพึง คือสะพานแห่งนี้ เพราะเคยเป็นจุดชมแมงกะพรุนที่ลอยให้เห็นริมทะเลเลย

ที่พักแห่งนี้คืนละ 700.- เงียบดีแท้

ห่างจากบ้านเพ 12 กม.

สะพานร้าง กลายเป็นจุดชมวิวอย่างไม่เป็นทางการ

บรรยากาศแวดล้อมติดชายหาด

ลองใช้โหมด HDR ถ่ายภาพวิวที่นี่ได้อารมณ์ไปอีกแบบ
ลองชมภาพวิวสะพานและทะเลในโหมด HDR ปรับให้ภาพสีเข้ม ดูจัดจ้านดีครับ และทะเลกลายเป็นสีเขียวเข้ม ถ่ายช่วงเช้า ไม่ร้อนมาก กำลังดี








24 กันยายน 2557

ม่อนแม่ม่วน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ยังไม่ได้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ในอนาคตคงเป็นแน่ ไปก่อนใคร เลยเอามาลงไว้ เผื่อเป็นทางแวะของนักท่องเที่ยว ที่เล็งว่าจะไปเที่ยว "โป่งน้ำเดือด" "ห้วยน้ำดัง" หรือ "อ.ปาย"

"ม่อนแม่ม่วน" อยู่ในเขต อ.แม่แตง ทางเข้ามาทางเดียวกับ "วัดท่าข้าม" ใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 ทางไป อ.ปาย

มีลักษณะเป็นเนินเขา สามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา

ห่างจาก "โป่งน้ำเดือด" ไม่ไกลมาก

หรือจะเลยไปต่อที่ "ห้วยน้ำดัง"

ทางเข้าต้องผ่าน "วัดท่าข้าม" สู่บ้านต้นลาน หมู่ที่ 7 ซอย 4 ต.สบเปิง

ที่พักอยู่บนเนิน มองเห็นวิวท้องนา

เริ่มมีดอกไม้ให้เห็นบ้างแล้ว

ชมอาทิตย์ขึ้นยามเช้า

นกนางแอ่นริมนา
วิวบนม่อน

ชมวิวท้องนา

ถนนสวยๆ เส้น 1095