เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กันยา ผมกับครอบครัวไปธุระที่เมืองกาญจน์เพื่อไปดูไร่สำหรับโครงการ "บ้านเขียว กินได้" โครงการใหม่เกี่ยวกับการปลูกผักกินเองที่บ้าน
มีการนัดหมายให้ไปเจอกันที่ไทรโยค ผมเปิดดูกูเกิ้ลเอิร์ธคำนวนการเดินทางจากบ้านมาถึงที่นี่ระยะทางเกือบๆ 300 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. แต่พอเอาเข้าจริงๆ เจอทั้งฝนและรถติด ออกจากบ้านบ่าย 4 โมง มาถึงที่หมายเกือบ 5 ทุ่ม
อุทยานไทรโยคอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ 96 กิโลเมตรพอดีก็จะถึงทางเข้า โดยใช้เส้นทางตรงๆ ไปสังขละฯ
ผมมาเมืองกาญจน์หลายรอบ ไปถึงด่านเจดีย์สามองค์ และเข้าไปเที่ยวพม่า แต่ยังไม่เคยล่องแพที่ไทรโยค ครั้งนี้จึงนับว่าเป็นโอกาสที่ดี ได้นอนในแพกลางดึก และล่องแพยามเช้า ขอบอก สุดยอด!
ค้นหาที่เที่ยวในบล็อกนี้
07 กันยายน 2553
25 สิงหาคม 2553
เที่ยวฟาร์มจระเข้ใกล้กรุงเทพฯ
ฟาร์มจรเข้ สมุทรปราการ อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากๆ แค่มาทางถนนศรีนครินทร์ เข้าสู่เมืองปากน้ำ แล้วเลี้ยวซ้ายมาทางบางปู ทางเดียวกับที่ไปเมืองโบราณ
ผมมาเที่ยวที่นี่ตั้งแต่เป็นเด็ก ตอนนี้ได้มากับลูกบ้างแล้ว นับว่าที่นี่อยู่นานจริงๆ
วันนั้นผมไปธุระแถวนั้น พาูลูกไปด้วยเพราะเด็กๆ หยุดมิดเทอม เลยต้องพาไปเที่ยว ค่าเข้าสำหรับเด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 60 บาทครับ ก็พอไหว กับการดูโชว์การจับจระเข้ และโชว์ช้าง นอกนั้นก็เป็นสวนสัตว์ ซึ่งถือว่าทรุดโทรมพอควร น่าจะมีการปรับปรุงหน่อยก็ดี
ผมมาเที่ยวที่นี่ตั้งแต่เป็นเด็ก ตอนนี้ได้มากับลูกบ้างแล้ว นับว่าที่นี่อยู่นานจริงๆ
วันนั้นผมไปธุระแถวนั้น พาูลูกไปด้วยเพราะเด็กๆ หยุดมิดเทอม เลยต้องพาไปเที่ยว ค่าเข้าสำหรับเด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 60 บาทครับ ก็พอไหว กับการดูโชว์การจับจระเข้ และโชว์ช้าง นอกนั้นก็เป็นสวนสัตว์ ซึ่งถือว่าทรุดโทรมพอควร น่าจะมีการปรับปรุงหน่อยก็ดี
15 สิงหาคม 2553
พิกัด GPS ทั้ง 3 แห่งที่ผมเพิ่งไป
ตลาดน้ำนครเนื่องเขต อยู่ที่ฉะเชิงเทรา ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ตลาดสามชุกอยู่สุพรรณฯ ส่วนเตาเผาแม่น้ำน้อย อยู่สิงห์บุรีครับ ดูพิกัดจีพีเอส และภาพจาก GoogleEarth ได้เลยครับ
เที่ยว 2 จังหวัดในหนึ่งวัน สิงห์บุรี - สุพรรณบุรี
เมื่อวันอังคารที่ 10 สิงหาคม ผมไปทำธุระที่สิงห์บุรี อ.บางระจัน เลยไปแวะเที่ยวสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งทางประวัติศาสตร์ นั่นคือเตาเผาโบราณที่บางระจัน เป็นแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย
เคยได้ยินมานาน เพิ่งเคยไปเป็นครั้งแรก นับว่ายิ่งใหญ่อลังการ์มาก นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย จะเรียกว่าบังเอิญเที่ยวก็ว่าได้ ทั้งๆ ที่ผมไปบางระจันมานานหลายครั้ง เพราะภรรยาเป็นคนที่นั่น มีการจัดทำให้ดูเรียบร้อยขึ้น ขุดค้นเป็นระเบียบมากขึ้น ถ้าท่านมีโปรแกรมเที่ยวสุพรรณฯ ลองเปลี่ยนเส้นทางขามา โดยมาทางถนนสายเอเชีย เข้าเมืองสิงห์บุรี แล้วเลยมาทาง อ. บางระจัน แล้วเลี้ยวขวาตรงสี่แยกไหสี่หู ถ้าตรงมาก็คือมาสุพรรณฯ แวะมาเที่ยวที่นี่ก่อนรับรองจะทึ่ง
เคยได้ยินมานาน เพิ่งเคยไปเป็นครั้งแรก นับว่ายิ่งใหญ่อลังการ์มาก นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย จะเรียกว่าบังเอิญเที่ยวก็ว่าได้ ทั้งๆ ที่ผมไปบางระจันมานานหลายครั้ง เพราะภรรยาเป็นคนที่นั่น มีการจัดทำให้ดูเรียบร้อยขึ้น ขุดค้นเป็นระเบียบมากขึ้น ถ้าท่านมีโปรแกรมเที่ยวสุพรรณฯ ลองเปลี่ยนเส้นทางขามา โดยมาทางถนนสายเอเชีย เข้าเมืองสิงห์บุรี แล้วเลยมาทาง อ. บางระจัน แล้วเลี้ยวขวาตรงสี่แยกไหสี่หู ถ้าตรงมาก็คือมาสุพรรณฯ แวะมาเที่ยวที่นี่ก่อนรับรองจะทึ่ง
จุดสังเกตของการเที่ยวตลาดน้ำ คือเรื่องเวลาปิด
ใครที่ชอบเที่ยวตลาดน้ำหรือตลาดบกแบบโบราณ มีข้อสังเกตดังต่อไปนี้ (หลังจากที่ผมพลาดหลายครั้ง)
1. ตลาดน้ำ
- เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
- อาหารที่ขายเป็นอาหารสด ดังนั้นจะหมดเร็ว หากมีคนมาเที่ยวเยอะ
- ปิดเร็ว บางที บ่าย 3 ของขายก็หมดเร็ว ใครมาหลังนี้ตลาดวาย เหมือนเดินเที่ยวตลาดร้าง
- ไม่มีป้ายบอกเวลาเปิด/ปิด ซึ่งท่านต้องเสี่ยงเอาเอง
- บางที่อาหารมีราคาสูงกว่าบรรยากาศ (หมายถึง ราคาเท่าห้าง)
- ฯลฯ
2. ตลาดบก
- เปิดทุกวัน แต่เปิดบางร้าน มาเสาร์-อาทิตย์ชัวร์กว่า
- สินค้าส่วนใหญ่เป็นของแห้ง หรือสินค้าต่างถิ่น
- ต้องเดินให้ทั่วก่อนซื้อเพราะสินค้าเหมือนกันแต่ราคาต่างกัน
- ฯลฯ
ใครคิดออกมากกว่านี้ช่วยบอกด้วยครับ
1. ตลาดน้ำ
- เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
- อาหารที่ขายเป็นอาหารสด ดังนั้นจะหมดเร็ว หากมีคนมาเที่ยวเยอะ
- ปิดเร็ว บางที บ่าย 3 ของขายก็หมดเร็ว ใครมาหลังนี้ตลาดวาย เหมือนเดินเที่ยวตลาดร้าง
- ไม่มีป้ายบอกเวลาเปิด/ปิด ซึ่งท่านต้องเสี่ยงเอาเอง
- บางที่อาหารมีราคาสูงกว่าบรรยากาศ (หมายถึง ราคาเท่าห้าง)
- ฯลฯ
2. ตลาดบก
- เปิดทุกวัน แต่เปิดบางร้าน มาเสาร์-อาทิตย์ชัวร์กว่า
- สินค้าส่วนใหญ่เป็นของแห้ง หรือสินค้าต่างถิ่น
- ต้องเดินให้ทั่วก่อนซื้อเพราะสินค้าเหมือนกันแต่ราคาต่างกัน
- ฯลฯ
ใครคิดออกมากกว่านี้ช่วยบอกด้วยครับ
26 กรกฎาคม 2553
นั่งเครื่องบินไปนอนเล่นที่เชียงราย
คราวนี้มาเล่าถึงการเดินทางที่ไม่ได้ขับรถไปด้วยตัวเอง แต่เป็นงานที่ถูกเชิญไปบรรยายเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนที่เชียงราย เจ้าภาพจัดงานคือ คณะกรรมการทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งแน่นอนว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินจึงเป็นการเดินทางของผมในครั้งนี้
ทางผู้จัดมอบตัวเครื่องบินให้ผมเป็นสายการบินโอเรี่ยนไทย หรือ 12go แต่ดูเหมือนชื่อหลังจะไม่ได้ใช้แล้ว และที่พักในครั้งนี้คือ โรงแรมดุสิต ไอซ์แลนด์ รีสอร์ท ครับ
ต้องไปเช็คอินที่ดอนเมืองครับ
เพื่อจองที่นั่ง ไปก่อนก็ได้นั่งแถวหน้าๆ
ผมได้นั่งที่ F อยู่ริมหน้าต่าง
(ที่นั่ง A และ F จะอยู่ริม แถวหนึ่งจะมี 5 ที่นั่ง
A,C จะอยู่ด้านหนึ่ง D,E,F จะอยู่อีกด้านหนึ่ง)
ทางผู้จัดมอบตัวเครื่องบินให้ผมเป็นสายการบินโอเรี่ยนไทย หรือ 12go แต่ดูเหมือนชื่อหลังจะไม่ได้ใช้แล้ว และที่พักในครั้งนี้คือ โรงแรมดุสิต ไอซ์แลนด์ รีสอร์ท ครับ
เพื่อจองที่นั่ง ไปก่อนก็ได้นั่งแถวหน้าๆ
ผมได้นั่งที่ F อยู่ริมหน้าต่าง
(ที่นั่ง A และ F จะอยู่ริม แถวหนึ่งจะมี 5 ที่นั่ง
A,C จะอยู่ด้านหนึ่ง D,E,F จะอยู่อีกด้านหนึ่ง)
06 กรกฎาคม 2553
ชีพจรลงเท้า ไปฉะเชิงเทรา-สระแก้ว
สืบเนื่องมาจากต้องไปงานบวชของหลานที่ จ.สระแก้ว ผมได้รับตำแหน่งสารถีคนขับรถประจำตระกูลให้พาไปเที่ยวด้วย โปรแกรมท่องเที่ยวจึงต้องเป็นเส้นทางที่ผ่าน จุดแรกคือตลาดน้ำบางคล้า ซึ่งอยู่ในเส้นทางพอดี บนถนนสาย 304 สุวินทวงศ์มุ่งหน้าไปพนมสารคาม แน่นอนว่าต้องผ่านบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา
การเดินทางแบบนี้ควรมีแผนที่ช่วยจะดีมาก ตลาดน้ำที่นี่ต้องขับรถเข้าไปทางซ้ายอีกพอสมควร ซึ่งแยกจากถนน 304
ตลาดน้ำเพิ่งเปิดมาไม่นานตามกระแสตลาดโบราณ ซึ่งถือว่าดีครับ เพราะคนไทยชอบกินชอบเที่ยวอยู่แล้ว ที่นี่จะเปิดเฉพาะเสาร์อาทิตย์และวันหยุดพิเศษนักขัตฤกษ์
บรรยากาศเหมือนหลายๆ ที่ แต่ที่นี่ลมจะพัดเย็นสบาย มีแพสำหรับนั่งทานอาหาร เรือขายอาหารจะอยู่ด้านข้างจอดลอยลำริมๆ ในแม่น้ำบางปะกง
ร้านอาหารลอยน้ำ เอกลักษณ์ไทยๆ
ก๋วยเตี๋ยวทะเลชามนี้ 30 บาทครับ อร่อยใช้ได้
อีกที่ที่เป็นเป้าหมาย คือตลาดโรงเกลือ ตลาดเสื้อผ้าขนาดใหญ่ ริมชายแดนไทย-กัมพูชา ห่างจากวัดที่ผมมาประมาณ 70 กิโลเมตร ที่อยากไป เพราะได้ยินชื่อเสียงมานาน ก็ลองไปดูจึงรู้ว่า ก็เหมือนสวนจตุจักร แต่ใหญ่กว่า และพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ไม่น่าจะใช่คนไทย
การเดินทางแบบนี้ควรมีแผนที่ช่วยจะดีมาก ตลาดน้ำที่นี่ต้องขับรถเข้าไปทางซ้ายอีกพอสมควร ซึ่งแยกจากถนน 304
ตลาดน้ำเพิ่งเปิดมาไม่นานตามกระแสตลาดโบราณ ซึ่งถือว่าดีครับ เพราะคนไทยชอบกินชอบเที่ยวอยู่แล้ว ที่นี่จะเปิดเฉพาะเสาร์อาทิตย์และวันหยุดพิเศษนักขัตฤกษ์
บรรยากาศเหมือนหลายๆ ที่ แต่ที่นี่ลมจะพัดเย็นสบาย มีแพสำหรับนั่งทานอาหาร เรือขายอาหารจะอยู่ด้านข้างจอดลอยลำริมๆ ในแม่น้ำบางปะกง
สั่งอาหารมานั่งได้เลย
อีกที่ที่เป็นเป้าหมาย คือตลาดโรงเกลือ ตลาดเสื้อผ้าขนาดใหญ่ ริมชายแดนไทย-กัมพูชา ห่างจากวัดที่ผมมาประมาณ 70 กิโลเมตร ที่อยากไป เพราะได้ยินชื่อเสียงมานาน ก็ลองไปดูจึงรู้ว่า ก็เหมือนสวนจตุจักร แต่ใหญ่กว่า และพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ไม่น่าจะใช่คนไทย
ขากลับแวะตลาดน้ำอีกที่ของฉะเชิงเทรา ที่นี่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากๆ ชื่อว่าตลาดน้ำนครเนื่องเขต ซึ่งได้ปรับปรุงและพัฒนาจนน่ามาเที่ยวพักผ่อนยามว่างในวันเสาร์อาทิตย์ แต่อย่ามาหลัง 4 โมงเย็นนะ เพราะเขาเลิกตลาดแล้ว
มาตามป้ายบอกทางไม่หลงแน่นอน
คนที่หันหน้ามาเนี้ยและครับ
นักท่องเที่ยวตัวยง
เสียดายว่าครั้งนี้มาเย็นไปหน่อย คราวหน้าจะหาโอกาสมาเยี่ยมที่นี่อีกครับ และจะนำภาพสถานที่มาให้ดูอีกครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



