ค้นหาที่เที่ยวในบล็อกนี้

17 กรกฎาคม 2554

เที่ยวกรุงวันหยุด สุดแสนวิเศษ


วันอาทิตย์นี้ช่วงบ่ายว่างๆ รับปากลูกๆ จะพาไปเที่ยวในเมือง เห็นเป็นวันหยุดยาว 4 วัน ก็เลือกช่วงบ่าย หลังจากสามัคคีธรรมกับพี่น้องที่ Coffee Church แถวรามอินทรา

เราเริ่มต้นกันที่ภูเขาทองครับ เพื่อจะดูวิวกรุงเทพแบบพาโนรามา

น้องนายบนภูเขาทองกับวิวกรุงเทพฯ

เดินขึ้นไปวันนี้คนเยอะพอสมควร

ครั้งแรกของน้องนาย ครั้งสองของพี่ภูมิ

จากนั้นก็ขับรถมาเที่ยวสะพานพระราม 8 ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา
เคยแต่ขับรถผ่านไปผ่านมา คราวนี้ลองมาเดินเล่นดู
ลมเย็นสบายเลยครับ แม้จะมีแดดบ้างก็สบายไม่ร้อน

มุมนี้เต๊ะท่าถ่ายภาพได้ดีมาก

วนกลับมาที่โลหะปราสาทอีกครั้ง

จะมาดูนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ แต่เด็กไม่มีบัตรนักเรียนมา
เลยอดดู เพราะต้องเสียค่าบัตร 100 บาท
เลยแค่ถ่ายภาพเล่น (เพราะเน้นประหยัด)

กลับมาที่ป้อมมหากาฬอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาผัดไทยในตำนานกินกัน

เป้าหมายการมาเที่ยวกรุงครั้งนี้คือมากินผัดไทยประตูผี
ตามที่น้องนายเรียนมา
เมื่อกินกันแล้วจึงรู้ว่า ผัดไทยแถวรามอินทราอร่อยกว่าเยอะ
ดังนั้น ตำนานจึงเป็นเพียงตำนานเท่านั้น
(แต่ก็ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง)

จบด้วยการขับรถวนรอบสนามหลวง 1 รอบ
และเก็บภาพอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในตำนาน
ที่เราก็หวังว่ามันจะเต็มใบซักที

15 กรกฎาคม 2554

เที่ยวไร่กาแฟดอยช้าง




ผมไปเยี่ยมชมไร่กาแฟที่ดอยช้างตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ ถือว่าได้มีโอกาสเข้าถึงต้นกำเนิดกาแฟที่ดอยช้างเลยทีเดียว ลองชมได้เลยครับ รับรองสนุกโดนใจ

14 กรกฎาคม 2554

หาของกินที่หาดใหญ่

ไปหาดใหญ่อีกรอบคราวนี้ ได้ไปทานอาหารอร่อยหลายที่ จึงอยากจะแนะนำท่านที่มีโอกาสไปเที่ยวที่นั่น แห่งแรกคือร้าน "เรือนไม้ปุณณกัณฑ์" เป็นมื้อเย็นครับ

ป้ายหน้าร้านครับ

เมนูอาหารมีหลากหลาย

2 เมนูแรกที่สั่ง

ปลาหมึกทอดกระเทียม

ชามนี้เป็นอีกร้านครับ บะกุ๊ดเต๋ เครื่องในล้วน มื้อเช้าที่หน้า ม.อ.

13 มิถุนายน 2554

ชมบั้งไฟ ที่อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด




เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน ผมอยู่ที่หมู่บ้านหนองทัพไทย อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ไปเยี่ยมญาติ และได้มีโอกาสชมการจุดบั้งไฟ ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของท้องถิ่นภาคอีสาน เพื่อขอฝนจากฟ้าในฤดูทำนา ปัจจุบันคงมีการตัดทอนลดพิธีกรรมไปบ้าง แต่การจุดบั้งไฟ และแข่งขันเรื่องระยะเวลายังคงอยู่ มีความสนุกสนานพอควร

เอาภาพมาให้ดูกันครับ เพราะหาดูในภาคอื่นคงไม่มี

เริ่มต้นด้วยการลงทะเบียนก่อน

รายชื่อของทีมบั้งไฟเขียนใส่กระดานพร้อมเลขนำโชค
ระยะเวลาที่นี่เขานับเป็นวินาที ถ้าเกิน 200 วิ ถือว่าใช่ได้เลย

บั้งไฟในอดีตใช้ไม้ไผ่ แต่ในปัจจุบันปรับปรุงเป็นท่อพีวีซี

จุดบั้งไฟที่ฐานปล่อยแบบนี้

ควันโขมงทุกหาง

พวยพุ่งสู่ท้องฟ้า ปล่อยควันเป็นสายยาว

บั้งไฟบางหาง พุ่งสูท้องฟ้านานเกือบ 300 วินาที

กรรมการชี้เป้า กำลังจับเวลา

07 มิถุนายน 2554

ทำงานไป เที่ยวไป (2) วัดประดู่

แผนผังวัดประดู่

อีกแห่งที่ผมไปก็คือวัดประดู่ ซึ่งอยู่ระหว่าง 2 จังหวัดนั่นคือ จ.สมุทรสงคราม และราชบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์อยู่ด้วย นั่นคือเป็นสถานที่ที่ ร.5 เคยเสด็จประพาสต้น

ต้นไม้แห่งนี้เคยเป็นที่ผูกเรือพระที่นั่ง

แนวรั้วของวัดที่ประดับรูปปั้นทหาร

วัดประดู่ อยู่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

พระรูปของ ร.5

ภาพต้นแบบของพระรูป เป็นภาพที่นิยมของประชาชนทั่วไป

คลองหน้าวัดประดู่

ทำงานไป เที่ยวไป (1) ที่วัดปราสาทสิทธิ์ จ.ราชบุรี

แผนผังวัดปราสาทสิทธิ์ และคลองโพหัก


คลองโพหัก ชาวบ้านแถวนั้นเรียกคลองบัวงาม

เมื่อวันที่ 6-7 มิย. ผมไปทำงานสำรวจคลองที่จ.ราชบุรี บริเวณคลองโพหัก (บัวงาม) มาจอดรถที่วัดปราสาทสิทธิ์ ริมคลองดำเนินสะดวก มองเห็นรูปปั้นของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์อยู่ที่นี่ สอบถามผู้คนแถวนั้นจึงทราบว่าท่านเป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ ในช่วงที่ทำการขุดคลองดำเนินสะดวก


ประวัติวัดปราสาทสิทธิ์ หลัก 5
วัดปราสาทสิทธิ์ (เดิมรวมกับตำบลดอนไผ่) ริมคลองดำเนินสะดวก ตรงหลักห้า ชาวบ้านจึงเรียกว่าวัดดอนไผ่ วัดหลักห้าบ้าง มีเนื้อที่ 12 ไร่เศษ วัดเดิมตั้งอยู่พระอุโบสถปัจจุบัน สร้างโดยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ในรัชกาลที่ 4 ปีฉลู พ.ศ. 2396


ผู้สร้างวัดปราสาทสิทธิ์

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในรัชกาลที่ 5 เกิดวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2351 พิราลัย 19 มกราคม พ.ศ. 2425


สมเด็จพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นบุตรของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ และท่านผู้หญิงจัน ท่านเป็นผู้อำนวยการสร้างวัดปราสาทสิทธิ์ และการขุดคลองดำเนินสะดวก
พ.ศ. 2396–2398 สร้างวัดปราสาทสิทธิ์ โดยให้ชื่อว่าสมเด็จวัดปราสาทสิทธิ์ มีเนื้อที่ธรณีสงฆ์บริเวณตั้งวัด 12 ไรเศษ
พ.ศ. 2409–2411 เป็นผู้อำนวยการขุดคลองดำเนินสะดวก ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยใช้งบประมาณจากการบริจาคทรัพย์ส่วนพระองค์ 400 ชั่ง และเงินจากสมเด็จเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์อีก 1,000 ชั่ง การขุดคลองเริ่มจากประตูน้ำบางยาง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ผ่านอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม มีความยาวถึง 33,600 เมตร การขุดคลองนี้ใช้แรงงานทหาร ข้าราชการ และประชาชน โดยมิได้ใช้เครื่องจักรใดๆ ทั้งสิ้น

เหตุที่สร้างวัดที่ตำบลดอนไผ่

เมื่อ พ.ศ. 2371 รัชกาลที่ 3 ทรงปรารภว่าคลองสุนัขหอน ตอนน้ำทางแม่กลองมาชนกับทางท่าจีน ที่ตำบลรางเข้ ทำให้คลองตื้นเขินบ่อยๆ ทำอย่างไรขุดคลองครั้งหนึ่งจะใช้ได้นานๆ เจ้าพระยาคลัง (ดิศ บุนนาค) ทูลแนะว่าให้ขุดคลองแยกจากคลองสุนัขหอน (คลองควายปัจจุบัน) ผ่านทุ่งริมหมู่บ้านโพหัก รัชกาลที่ 3 จึงรับสั่งให้ขุดคลอง โดยชาวจีนผู้รับจ้าง โดยอาศัยอยู่ที่โคกสูง (ที่ตั้งพระอุโบสถปัจจุบัน) เมื่อขุดเสร็จ เจ้าพระยาคลังได้มาตรวจดูคลอง สมเด็จเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ได้ติดตามมากับบิดา พระยาคลังได้ปรารภว่า โคกนี้สูงใหญ่และกว้างขวางเหมาะที่ที่จะสร้างวัด แต่แล้วก็ไม่ได้จัดสร้าง

รูปปั้นของผู้สร้างวัด

รูปปั้นขนาดเล็กเลียนแบบจากภาพถ่าย

บริเวณนั้นมีก๋วยเตี๋ยวเรือด้วย ทีมงานของเราจึงแวะชิมที่นั่น ซึ่งอร่อยมาก ขอบอก

ก๋วยเตี๋ยวเรือแถววัด

ทีมงานขอเบิ้ลคนละ 2 ชาม